[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1
    


7.การเรียนรู้ภาษาไทย
เรื่อง : การอ่านมีประโยชน์โปรดมารักการอ่าน
ความรู้จากการปฏิบัติงาน



 

จากประวัติบุคคลสำคัญของโลก เช่น อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล มหารัฐบุรุษของโลก ได้กล่าวไว้ว่า ในสมัยที่ท่านยังเป็นเด็กนักเรียนท่านเรียนหนังสือไม่เก่ง ครูบาอาจารย์ลงความเห็นว่าท่านเป็นคนโง่ ท่านจึงเกิดความมุมานะที่จะเป็นคนฉลาดให้ได้ จึงอุตส่าห์อ่านหนังสือทุกประเภทด้วยความตั้งใจจริง จนกลายเป็นคนมีความรู้กว้างขวาง ทั้งนี้ เพราะหนังสือเป็นขุมทรัพย์แห่งวิทยาการทั่งปวง ท่านเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล เป็นคนมีนิสัยรักการอ่าน รู้จักเลือกหนังสืออ่าน ชอบซื้อหนังสือและเก็บสะสมหนังสือดีๆ ไว้ที่บ้าน ได้อ่านตักตวงความรู้อันล้ำค่าจากหนังสือเข้ามาสะสมไว้จนกลายเป็นคนฉลาดปราดเปรื่อง เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็ได้ใช้ความรู้ในการประกอบอาชีพ ได้รับความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต และยิ่งใหญ่เป็นที่รู้จักและนับถือจากบุคคลทั่วไป

หนังสือดีจะทำให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินสบายใจ ผ่อนคลายความตึงเครียด ถ้าผู้อ่านรู้จักพิจารณาและรสนิยมที่ดีในการเลือกอ่านหนังสือ ก็จะได้รับทั้งความรู้ ความคิด และความสุข เป็นคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ตนเองและสังคม

จุดประสงค์ของการอ่านหนังสือ


  1. อ่านเพื่อแสวงหาความบันเทิง นักอ่านจำนวนมากที่สุดมุ่งแสวงหาความสนุกสนานเบิกบาน การพักผ่อนหย่อนใจ จากการอ่านหนังสือ เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น หนังสือการ์ตูน สมุดภาพ และหนังสือประเภทสวยงาม

  2. อ่านเพื่อแสวงหาความรู้ นักเรียน นักศึกษา มีภาระหน้าที่จะต้องค้นคว้าศึกษาหาความรู้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้จากการอ่านหนังสือ

  3. อ่านเพื่อแสวงหาความคิด มีหนังสือจำนวนมากช่วยให้คนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถคิดสิ่งที่ยากๆ ได้ และช่วยส่งเสริมความคิดให้แจ่มกระจ่างขึ้น

  4. อ่านเพื่อปรับปรุงบุคลิกภาพ เช่น บางคนมีนิสัยขี้อาย เก็บตัว พบปะผู้อื่นจะรู้สึกอึดอัด ไม่มีความสุข เคอะเขิน วางตัวไม่ถูก วางสีหน้าไม่ถูก พูดคุยไม่เป็น บุคคลเช่นนี้จะมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้นถ้าได้อ่านหนังสือที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ
เราทราบกันดีว่า ประโยชน์ที่สำคัญของการอ่าน คือ ได้รับความบันเทิง ผ่อนคลายความตึงเครียด เป็น
มิตรยามว่างและเมื่ออยู่คนเดียว ให้ความรู้ ช่วยปรับปรุงสมรรถภาพในการประกอบอาชีพ ช่วยให้เข้าใจจิตใจความคิดความเป็นไปต่างๆ ของคนอื่น ช่วยเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์ ช่วยปรับปรุงนิสัยใจคอ เป็นคนกว้างขวาง ฝึกฝนวิธีตัดสินใจ ทำให้เป็นคนฉลาดรอบรู้ ทันคนและมีชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข

ปัญหาที่เราพบมากที่สุดในปัจจุบันนี้ คือ เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ ซึ่งสิ่งที่เป็นสาเหตุให้เด็กไม่ชอบอ่านหนังสืออาจเป็นเพราะสื่อมวลชนด้านต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ เหล่านี้ ล้วนแต่อำนวยความสะดวกให้เด็กได้เรียนรู้และทราบข้อมูลข่าวสารได้เร็ว จึงทำให้เด็กๆ สูญเสียเวลาที่ควรจะอ่านหนังสือได้บ้าง เด็กที่ไม่ชอบอ่านหนังสือก็จะทำให้มีผลต่อการพัฒนาสติปัญญาไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ที่เป็นปัญหาอีกอย่าง คือ เด็กไม่รักการอ่าน การรักการอ่านเป็นค่านิยมในการสร้างนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนที่เด็กๆ ควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งอาจจะมีสาเหตุจากผู้ปกครองหรือครูอาจารย์ที่ละเลยมาตั้งแต่ต้นก็ได้ จึงทำให้เด็กไม่รักการอ่าน

อีกปัญหาหนึ่งคือ เด็กขาดวิจารณญาณในการอ่าน เป็นปัญหาที่เด็กไม่รู้จักเลือกหาหนังสือที่มีประโยชน์ บางคนจึงไปหลงมัวเมาอ่านแต่การ์ตูนญี่ปุ่นที่มุ่งแต่การต่อสู้และแก้แค้นกัน รวมทั้งการ์ตูนหรือหนังสือตลกที่ไม่เหมาะสมกับวัยของเด็ก

ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้เกิดผลตามมาคือ คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีนิสัยรักการอ่าน ในที่นี้ ผู้เขียนขอเสนอแนวคิดและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเทคนิคการอ่าน ดังนี้คือ

  1. สร้างนิสัยในการอ่าน คือ ต้องอ่านหนังสือทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน หรือตามสถานที่ต่างๆ ที่มีมุมหนังสือให้อ่าน
  2. พยายามอ่านหนังสือทำประเภท
  3. อ่านหนังสือที่ตนเองชอบมากที่สุดก่อน
  4. อ่านข้อความสั้นๆ ประกาศต่างๆ ป้ายโฆษณา
  5. ผู้อ่านควรมีสมุดจดบันทึก เพื่อจดจำถ้อยคำที่น่าสนใจ มีความหมายดี มีความไพเราะ และมีคติเตือนใจ
  6. ผู้อ่านควรใช้พจนานุกรม ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านรู้จักความหมายของคำได้แน่นอน ทั้งยังได้เห็นการเขียนตัวสะกด ตัวการันต์ และการออกเสียงที่ถูกต้อง

ส่วนในด้านการพัฒนาทักษะการอ่าน สามารถปฏิบัติเป็นขั้นๆ ได้ดังนี้ คือ


    ขั้นตอนที่ 1 หาหนังสือที่ชอบมากที่สุดมาอ่านก่อน เช่น นิทาน การ์ตูน หนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสาร นวนิยาย ฯลฯ
    ขั้นตอนที่ 2 ใช้ระยะเวลาในการอ่านสั้นๆ ก่อน เช่น ประมาณ 5–7 นาที
    ขั้นตอนที่ 3 ใช้ระยะเวลาในการอ่านให้นานขึ้น โดยควบคุมจิตใจให้แน่วแน่ มีสมาธิมั่นคง และอดทนต่อสิ่งรบกวน
    ขั้นตอนที่ 4 ข้อความที่อ่าน ควรมุ่งอ่านให้จบตอนใดตอนหนึ่งมากกว่าจะมุ่งนับจำนวนหน้า
    ขั้นตอนที่ 5 จดจำเนื้อหาสาระหรือใจความสำคัญให้ได้
    ขั้นตอนที่ 6 เข้าร่วมประกวดการอ่านทุกครั้งที่มีโอกาส

กิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการอ่าน ซึ่งหากได้ปฏิบัติแล้วทำให้นักเรียนรักการอ่านมากขึ้น มีดังนี้


  1. รณรงค์ส่งเสริมการอ่าน ด้วยการให้ครูจัดหาหนังสือนิทานเรื่องสั้นๆ หนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์บทละครโทรทัศน์ซึ่งกำลังอยู่ในความนิยมของเด็กๆ ก็จะช่วยได้มาก เพราะเป็นการกระตุ้นให้อยากอ่าน หรือแม้แต่การอ่านการ์ตูนก็สามารถช่วยให้เด็กรักการอ่านมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ครูจะต้องพิจารณาเนื้อหาหนังสือการ์ตูนนั้นว่าให้ความคิดสร้างสรรค์และเขียนคำสะกดถูกต้องหรือไม่

  2. ครูสร้างสื่อการอ่าน โดยการตัดบทอ่านสั้นๆ จากหนังสือพิมพ์ในหน้าสำหรับเยาวชนมากผนึกลงในแผ่น ส.ค.ส. ที่ใช้แล้ว เมื่อครูทำบทอ่านได้มากแล้วก็นำมาใส่กล่องได้ให้นักเรียนหยิบอ่านได้อย่างสะดวก บทอ่านสั้นๆ เหล่านี้จะทำให้เด็กสนใจอยากอ่าน เพราะ ส.ค.ส. มีสีสันสวยงามและน่าสนใจ จึงเป็นแรงจูงใจให้หยิบมาอ่าน ทั้งนี้ครูจะต้องกระตุ้นบ้าง เช่น จัดการแข่งขันอ่านอย่างย่อๆ เพื่อสะสมคะแนน หากใครทำคะแนนได้สูงสุดก็จะได้รับรางวัลยอดนักอ่าน

  3. จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในลักษณะต่างๆ ดังต่อไปนี้ เช่น หยุดทุกอย่างเพื่ออ่าน ซึ่งอาจทำได้ในเวลาหลังพิธีหน้าเสาธง โดยให้ครูจัดเตรียมบทอ่านสั้นๆ ที่น่าสนใจ และมีประโยชน์ต่อนักเรียน ใช้เวลาอ่านประมาณ 3–5 นาที การเข้าค่ายการอ่านโดยครูและนักเรียนร่วมกันจัดเตรียมวางแผนโครงการในการทำกิจกรรมว่า การเข้าค่ายการอ่าน นักเรียนควรจะฝึกอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการอ่าน ข้อสำคัญต้องมีบรรยากาศที่สนุกสนาน มีความสามัคคีและร่วมมือกันเป็นอย่างดีการประกวดกิจกรรมยอดนักอ่านก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่านได้เช่นกัน ซึ่งกิจกรรมนี้ครูจะเป็นผู้เชิญชวนให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการอ่าน โดยกำหนดให้นักเรียนไปอ่านหนังสือทุกประเภทที่เห็นว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือให้นักเรียนอ่านบทความจากหนังสือพิมพ์หรือวารสารต่างๆ ประมาณ 10 เรื่อง แล้วย่อเรื่องที่นักเรียนชอบมากที่สุด 1 เรื่อง กิจกรรมนี้ควรจะทำเป็นกลุ่มๆ ละ 3–7 คน โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษาประจำกลุ่ม เมื่อนักเรียนมีปัญหา ครูก็จะแนะนำได้ ควรจะมีการพบปะกันบ้างในกลุ่มของตนเองเพื่อเล่าเรื่องที่ตนเองไปอ่านมาให้สมาชิกในกลุ่มฟัง กิจกรรมประกวดเขียนคำขวัญในหัวข้อรณรงค์รักการอ่านก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านได้ อาจจะจัดทำในงานสัปดาห์การใช้ห้องสมุดก็ได้ โดยรณรงค์ให้นักเรียนทุกระดับชั้นส่งผลงานการเขียนคำขวัญเข้าประกวดแล้วมอบรางวัลแก่ผู้เขียนได้ดี มีความเหมาะสมและไพเราะ จัดกิจกรรมชุมนุมที่ส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่านหนังสือ เช่น ชุมนุมรักการอ่าน ซึ่งนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมอาจจะช่วยกันนำหนังสือมาบริจาค หรืออาจจะขอบริจาคจากหน่วยงานอื่นก็ได้ เพื่อจะได้นำหนังสือเหล่านั้นมาแลกเปลี่ยนกันอ่านได้

  4. เชิญชวนให้นักเรียนเข้าร่วมโครงการรักการอ่าน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542

    5.ห้องสมุดจัดบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ โดยให้บรรณารักษ์ห้องสมุดนำหนังสือประเภทต่างๆ บรรจุลงในกระเช้าแขวนได้ตามจุดต่างๆ แล้วจัดที่นั่งให้นักเรียนได้นั่งอ่านกันอย่างสะดวก
กิจกรรมต่างๆ ที่ได้กล่าวมาจะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่านมากยิ่งขึ้น

การสร้างนิสัยรักการอ่าน การเสริมสร้างลักษณะนิสัยให้รักการอ่านสามารถทำได้หลายวิธี คือ

  1. ฝึกรักการอ่านให้เป็นชีวิตจิตใจ ทุกครั้งที่มองเห็นหนังสือหรือวัสดุการอ่านใดก็ตาม ขอให้พยายามสร้างความรู้สึกว่า หนังสือเป็นเพื่อนที่ดีของเรา เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสมควรแก่การอ่าน

  2. ฝึกสร้างนิสัยใฝ่รู้ เมื่อมีความรู้สึกที่ดีต่อการอ่าน จะเกิดความกระตือรือร้นที่จะแสวงหาความรู้อยู่เสมอ
  3. ที่กล่าวมาเบื้องต้น คงจะเพียงพอที่จะทำให้เยาวชนไทยทุกคนได้เห็นความสำคัญของการอ่าน ประโยชน์ของการอ่าน เทคนิคของการอ่าน ตลอดจนถึงการสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการอ่านกันมากขึ้น

    ขอสรุปในตอนท้ายนี้ว่า ยังไม่สายเกินไปที่เราทุกคนจะหันมาให้ความสนใจรักการอ่าน และร่วมมือร่วมใจกัน รณรงค์ให้ทุกคนมีนิสัยรักการอ่านเพื่อประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ซึ่งแหล่งสำคัญที่จะให้ความรู้เรามากที่สุดก็คือ ห้องสมุดนั่นเอง ดังบทกลอนที่ว่า
  4. ผู้ปกครองเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างนิสัยให้เด็กๆ รักการอ่าน โดยการสละเงินซื้อหนังสือให้ลูกๆ ตั้งแต่ยังเยาว์วัย หรือพาเข้าร้านขายหนังสือบ้าง ถ้าจะซื้อของขวัญให้ ก็ควรเลือกซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญแทนของเล่นราคาแพงๆ นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรปลูกฝังให้เด็กๆ รักการอ่านตั้งแต่เล็ก โดยการอ่านหนังสือประเภทนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน และผู้ปกครองต้องเป็นผู้มีนิสัยรักการอ่านด้วย เมื่อลูกเห็นตัวอย่างก็จะปฏิบัติตามแบบอย่างที่ได้เห็นทุกวัน
------ห้องเอ๋ยห้องสมุด นำมนุษย์โบยบินถิ่นไพศาล
มีหนังสือเป็นมิตรจิตเบิกบาน ก่อเกิดจินตนาการรื่นรมย์ใจ
ได้ท่องเที่ยวถิ่นไกลในพิภพ ได้ประสบบุคคลพ้นสมัย
ได้รับทราบเหตุการณ์ที่ผ่านไป เพียงนั่งในห้องสมุดสุดเพลินเอย
   
  (ฐะปะนีย์ นาครทรรพ)


ที่มาข้อมูล : ภูริภัทร ทิศร, วารสารวิชาการ ปีที่ 3 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2543



ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

ผู้เขียน : นางวรรณี ชาญชิต
หน่วยงาน : กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
จันทร์ ที่ 27 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2552
เข้าชม : 4606
4 stars เฉลี่ย : 4 จาก 6 ครั้ง.


7.การเรียนรู้ภาษาไทย 5 อันดับล่าสุด

      เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ 20 / พ.ย. / 2555
      คนขยันกับวันละหน้า ( การฝึกอ่านชั้นประถมศึกษาปีที่ 1) 20 / ก.ย. / 2552
      สอนอย่างไรให้พูดออกเสียงคำควบกล้ำถูกต้อง 10 / ก.ย. / 2552
      เหตุใดอ่านแล้วไม่เข้าใจ ทำไมอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง 1 / ก.ย. / 2552
      รายงานการใช้หนังสือนิทานส่งเสิรมการอ่าน 17 / ส.ค. / 2552


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 1
อาทิตย์ ที่ 7 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 เวลา 17:54:45
Chanel Replica handbags, ancient spreads, Chanel Wallets replica ......The pursue fashionSwiss replica watches, must have a precious replica handbags. But did some who know, when you carry these designer handbags to enter the hotel dines, perhaps on also has another group of people, also extremely has “the interest” to your replica watches.they are a group crazy carry a swiss replica watches of thief. At first, what attempts is the Louis Vuitton handbags in belongings, afterward actually discovered this replica Omega watches of itself, but could not turn loses.shopping, the appointment is very suitable designer handbagsdesigner bagsDiscount designer handbagsdesigner pursehandbagsDiscount handbagsCheap handbagsChanel handbagsChanel bags onlineCheap chanel bagsGucci handbagsGucci bagsDiscount Gucci handbagsMulberry handbagsDG handbagPrada handbagCoach handbagstempered glass|jimmy choo wallets|Balenciaga replica handbags|Chanel replica handbags|Louis Vuitton replica handbags|prada replica handbags|Miu Miu replica handbags|Chloe replica handbags|chloe paddington|Mulberry replica handbags|Fendi replica handbags|Fendi bagschanel watches replicaChopard watches replicaChopard watchChopard happy sports watchcorum watchcorum admirals cup replica watchesFranck Muller watchesreplica Franck Muller watchesGucci watchesreplica Gucci watchesMontBlanc WatchMont Blanc WatchPatek Philippe watchReplica Patek PhilippePatek Philippe Calatravapatek philippe Gondolopatek philippe nautilus
โดย : asd@163.com    ไอพี : 111.120.196.25

    
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1
ถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270
โทร 0 2384 8088-92 โทรสาร 0 2384 8088-92 ต่อ 13